• หน้าแรก
  • ผลิตภัณฑ์
  • โปรโมชัน
  • เพลินจิต
  • ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์

เที่ยวเมืองจีน อุทยานแห่งชาติ ย่าติง

วันที่เผยแพร่: 01 พ.ย. 67

        ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ อยู่ตรงนั้น เราไม่สามารถพาธรรมชาติมาหาเราได้ เราต่างหากที่ต้องพาตัวเองไปหาแล้วธรรมชาติจะบอกกับเราว่าเราก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

        ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลประเทศจีน ประกาศฟรีวีซ่า ไทย-จีน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา และหนังสือเดินทางกึ่งราชการ โดยอนุญาตให้พำนักได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และรวมระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน ทำให้มีคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้สะดวกมากขึ้น และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศจีนมีการค้นหาในอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้นเช่นกัน

        ประเทศจีนมีอุทยานแห่งชาติที่มีระดับความสวยงามและคุณค่าทางธรรมชาติ ตามที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนได้จัดอันดับไว้ และระดับที่สูงที่สุดคือระดับ 5A (AAAAA Tourist Attractions of China) และอุทยานแห่งชาติ ย่าติง (Yading Nature Reserve) ถือเป็นหนึ่งในนั้น ด้วยความสวยงามตามธรรมชาติของทั้งภูเขาและทะเลสาบจึงทำให้ที่นี่เป็น หนึ่งใน Bucket list การท่องเที่ยวของประเทศจีนที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบเดิน trekking เพื่อชมความสวยงามตามเส้นทางธรรมชาติยิ่งห้ามพลาด

        แอดมินได้รับการชักชวนจากเพื่อนที่ชอบในการท่องเที่ยวธรรมชาติเหมือนกัน จึงได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสกับอุทยานแห่งชาติ ย่าติง เมือปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (โดยช่วงที่น่าเที่ยวของอุทยานย่าติงคือ เดือนกันยายนและตุลาคม ก่อนเข้าฤดูหนาว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี) จึงอยากมาแบ่งปันประสบการณ์ถึงสิ่งที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการการเดินทางไปย่าติงดังนี้

  1. เดินทางกับบริษัททัวร์ เพื่อสะดวกและคล่องตัวแอดมินแนะนำให้ไปกับบริษัททัวร์ เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็น ภาษา ซึ่งเรียกได้ว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ย่าติงที่ตั้งอยู่ใน เมือง เต้าเฉิน มณทล เสฉวน ค่อนข้างเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่ผู้คนจึงใช้ภาษาจีนเกือบทั้งหมด รวมถึงขั้นตอนในการเดินทาง ไปยังอุทยานย่าติงและการซื้อบัตรเข้าอุทยาน การทานอาหารต่าง ๆ ต้องมี ไกด์ที่คอยเป็นคนกลางคอยเป็นล่ามหรือบริการในการจัดหาให้เราจะสะดวกและประหยัดเวลาที่สุด แต่หากใครพูดภาษาจีนได้ หรือเคยเดินทางในประเทศจีนจนคล่องแล้วก็สามารถไปได้ด้วยตัวเองเช่นกันจะได้ความสนุกและประสบการณ์อีกรูปแบบแต่อาจจะต้องเผื่อเวลาในการเที่ยวเพิ่มเติมขึ้นด้วยเช่นกัน
  2. ร่างกายต้องพร้อม เตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเดินบนพื้นที่สูง ถึงแม้ทางเดินระหว่างชมธรรมชาติไม่ได้ยากมาก เพราะมีการทำทางเดินให้สะดวกในเกือบทุกจุด แต่ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเล เกินกว่า 4,000 เมตร ทำให้ออกซิเจนค่อนข้างเบาบางจึงทำให้เหนื่อยง่ายสำหรับหลาย ๆ คน แม้การเดินขึ้นบันไดเพียงแค่ 10 ขั้นจากที่เราไม่เคยเหนื่อย แต่กับที่นี่เราอาจจะเหนื่อยกว่าปรกติ ควรออกกำลังกายให้ร่างกายอยู่ตัวซัก 2-3 สัปดาห์ก่อนเดินทาง และสำหรับคนที่อาจจะกังวลว่าจะมีอาการภาวะแพ้ที่สูง (high altitude illness) สามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อทานยา Diamox (Acetazolamide) ปริมาณและเวลา ตามแพทย์สั่ง ก่อนการเดินทางประมาณ 1 – 2 วันได้ โดยแอดมินก็พบแพทย์และได้ทานกันไว้เช่นกัน  ข้อมูลอ้างอิง https://www.thaitravelclinic.com/blog/th/other-travel-tips/thai-altitude-sickness-3-diamox.html
  3. ใจก็ต้องพร้อม เพื่อเตรียมเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่างออกไป สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศจีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เดินไปประเทศจีนครั้งแรกอย่างแอดมิน ได้เตรียมดูข้อมูลมาระดับนึงสำหรับวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่เราเป็น ประเทศจีนมีประชากรมากที่สุดในโลกจึงทำให้การควบคุมในหลาย ๆ เรื่องเป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นระเบียบต่าง ๆ  ซึ่งปัจจุบันเป็นระเบียบขึ้นมามากแต่อาจจะยังมีบางจุด บางคนที่ขาดความเป็นระเบียบอยู่บ้าง หรือการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะอาจจะยังไม่เข้มงวดเท่าที่อื่น ๆ การใช้ห้องน้ำสาธารณะร่วมกัน แม้ห้องน้ำในอุทยานจะค่อนข้างดี แต่เรื่องความสะอาดจากคนจำนวนมากในบางครั้งอาจจะเหมือนเสี่ยงโชคอยู่บ้างในการใช้ห้องน้ำในพื้นที่สาธารณะ
  4. อาหาร น้ำดื่ม และออกซิเจนพกพา ควรเตรียมไปให้พร้อม เนื่องจาก การเดินเราไม่สามารถกำหนดว่าจะถึงเวลาทานอาหาร ณ จุดใด และในพื้นที่อุทยานก็ไม่ได้มีจุดให้บริการอาหารมากนัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเตรียมอาหารสำเร็จติดตัวกันไปด้วย ซึ่งเป็นอาหารที่สามารถอุ่นร้อนได้โดยการเดิมน้ำอุณหภูมิปรกติ โดยใส่ถุงให้ความร้อนอยู่ด้านล่างและอาหารจะอยู่ด้านบน ใช้เวลา 15 นาที อาหารก็จะพร้อมทานด้วยรสชาติที่อร่อยได้เลย และก็มีเมนูให้เลือกค่อนข้างหลากหลายทีเดียว และน้ำดื่มก็สำคัญเพื่อป้องการการภาวะขาดน้ำระหว่างการเดินทาง อย่างน้อยควรเตรียมไปคนละ 2 ลิตรและจิบน้ำตลอดการเดินทาง และอีกสิ่งที่สำคัญและสามารถช่วยเราให้เดินง่ายขึ้น นั่นคือ ออกซิเจนพกพา ไม่ว่าจะเป็นแบบกระป๋องหรือแบบหมอนเก็บออกซิเจนก็ได้ เพราะการเดินในที่อากาศ(ออกซิเจน) เบาบางจะทำให้เราเหนื่อยง่ายหรือบางคนอาจจะเกิดการมึน ปวดหัว การได้รับออกซิเจนเพิ่มเติมจะทำให้ร่างกายพื้นตัวได้เร็วขึ้นนั่นเอง
  5. แลกเงินสดและต้องเตรียมพร้อมหากต้องชำระผ่าน App แอดมินเข้าใจว่าประเทศจีนใช้เงินสดกันน้อยและอาจจะใช้ยาก แต่ความจริงยังคงมีการใช้เงินสดอยู่ทุกที่ที่เดินทางสำหรับทริปนี้ ไม่ว่าจะเป็น ลี่เจียง แชงกรีร่า หรือแม้กระทั่งย่าติง แต่บางร้านก็อาจจะไม่มีเงินทอนบ้างเพราะส่วนใหญ่คนจีนนิยมจ่ายผ่านทาง digital wallet ดังนั้นแอดมินจึงเตรียมทั้งเงินสดและผูกบัตรเดบิต Krungsri boarding card กับ App Alipay พร้อมทำการแลกเงินบาทเป็นเงินสกุลหยวนไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง (ข้อดีหากใช้เงินหยวนไม่หมดก็สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินบาทได้ผ่าน Application KMA ของธนาคารกรุงศรีฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารกำหนด) พร้อมกับเปิด Roaming โทรศัพท์ เพราะในการชำระรายกายที่สูงอาจจะมีการใช้ otp มายังเบอร์มือถือของเราเพื่อตรวจสอบยืนยันตัวตนในการชำระเงินด้วย วิธิการผูกบัตรเดบิตกรงุศรีฯ boarding card ดูได้ตามลิงค์นี้ได้เลย https://www.youtube.com/watch?v=GNaaSSU67k8
  6. ประกันการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุก ๆ การเดินทางมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และการติดต่อกับโรงพยาบาลหากเรามีประกันการเดินทางจะทำให้สะดวกในการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะมีหลักประกันให้กับสถานพยาบาลในการที่จะรับเราเข้าเป็นผู้ป่วย และประกันการเดินทางก็คุ้มครองได้ทั้งอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยธรรมดาที่เกิดขึ้นกับเรา
    แนะนำง่าย ๆ กับประกันเดินทาง
    บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย 
    https://psmart.msig-thai.com/krungsriconsumer/travel?utm_source=uchoose&utm_medium=utrend&utm_campaign=msig_ta
    บมจ. ซมโปะ ประกันภัย 
    https://uchoose.onelink.me/Cu0I/ccjeg2wl 
    บมจ. ชับบ์สามัคคี ประกันภัย 
    https://th-travel.chubbdigital.com/?utm_source=UCHOOSE&utm_medium=Utrend&utm_campaign=CB005&utm_term=TA072021&utm_content=Launch

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม เราก็เริ่มการเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติ ย่าติง กันเลยครับ

    วันแรก แอดมินเดินทางจากประเทศไทยสู่เมืองลี่เจียง ซึ่งมีสายการบินที่บินตรงจาก กรุงเทพฯสู่ลี่เจียงและค้างคืนที่ลี่เจียง1 คืนเพื่อออกเดินทางไปเมืองย่าติงในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเริ่มออกเดินทางในเช้า 

   วันที่สอง โดยเราจะเดินทางจากลี่เจียงด้วยการนั่งรถไฟความเร็วสูงสู่แชงกรีร่าโดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงสถานีรถไฟแชงกรีร่า จากสถานีรถไฟเราต้องเดินทางต่อด้วยรถประมาณ 6-7 ชั่วโมงถึงจะถึงที่พักก่อนขึ้นอุทยานย่าติง การเดินทางเกือบทั้งวันผ่านภูเขาและหน้าผาสูงชัน ลัดเลาะไปตามแม่น้ำระหว่างเทือกเขา ขึ้นไปยังเขาที่ยังมีหิมะปกคลุม ลงเขาผ่านทุ่งหญ้าเลี้ยงม้า เลี้ยงจามรี(ซึ่งเป็นสัตว์ที่นิยมบริโภคของคนพื้นที่ ซึ่งเนื้อก็จะคล้าย ๆ กับเนื้อวัวแต่รถชาติอาจจะแตกต่างออกไป)  ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยแปลกตาตลอดเส้นทาง จึงทำให้การเดินทางไม่ได้ยาวนานอย่างที่เราคิด

โดยสิ้นสุดในวันที่ 2 นี้เราถึงที่พักที่ย่าติงก็ช่วงเย็น ๆ ต้องเตรียมพักผ่อนและซื้อสัมภาระ อาหารกล่องอุ่นร้อนสำเร็จ น้ำดื่มและขนมก่อนเดินทางในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น 

วันที่ 3 เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติ ย่าติง 

เนื่องจากเป็นอุทยานที่มีชื่อเสียงและมีความสวยงามระดับ 5A (AAAAA) ทำให้มีผู้คนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก หากแต่การจัดการของอุทยานค่อนข้างดี จึงทำให้นักเดินทางสามารถเข้าชมไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเข้า การจัดการเรื่องการเดินทางโดยรถบัสของอุทยานจากทางเข้าไปถึงจุดเริ่มต้นเดิน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง รถลัดเลาะขึ้นไปตามภูเขาสูงไปจนถึงจุดเริ่มต้นเดิน trekking ที่มีความสูงกว่า 4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล 

เส้นทางเดิน trekking มี 2 เส้นทาง 

เส้นทางระยะสั้น เริ่มจากทุ่งหญ้าชงกู่ ทะเลสาบไข่มุก จุดชมวิว เขาเซียนหน่ายยื่อ ระยะทางรวมไปกลับ ประมาณ 3 กิโลเมตร 

เส้นทางระยะยาว เริ่มจากทุ่งหญ้า ลั่วหรง จุดชมวิวยอดเขาเชี่ยโยโตเจีย และยอดเขายานม่ายหยง ทะเลสาบน้ำนม ทะเลสาบห้าสี รวมระยะทาง ไป กลับ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง 

สำหรับเส้นทางระยะสั้นนั้น สามารถเริ่มได้จากจุดที่รถบัสมาส่งได้เลย ส่วนจุดเริ่มต้นของทางเดินระยะยาวนั้นห่างออกไปอีกหลายกิโล เราสามารถเดินไปที่ทุ่งหญ้าลั่วหรงจากจุดส่งรถบัสก็ได้  แต่ถ้าจะให้ประหยัดเวลาสามารถนั่งรถมินิบัสไปถึงจุดเริ่มเดินเส้นทางระยะยาว ทุ่งหญ้าลั่วหรงได้   

วันนี้แอดมินมุ่งไปที่เส้นทางระยะยาวก่อนเลย โดยนั่งรถมินิบัสไปเพื่อประหยัด ไปจุดเริ่มต้นเดินทางระยะยาว แต่น่าเสียดายที่เส้นทางเดินยาวไปทะเลสาบน้ำนมและทะเลสาบ 5 สีปิดปรับปรุงเส้นทางเนื่องจากมีฝนตกทำให้เส้นทางบางส่วนเสียหาย เราสามารถเดินไปได้ถึงแค่ Gongacuo Lake ก็ต้องเดินกลับมา แต่ครึ่งทางก็ได้ชมความงามที่เต็มอิ่มแล้ว โดยเฉพาะทุ่งหญ้าลั่วหรง  และวิวของภูเขาเชี่ยโยโตเจียที่ตระหงานอยู่ตรงหน้า  

ระหว่างทางเดินได้ได้เห็นวิว 360 องศาที่สวยงามตลอดเส้นทาง สามารถเดินเส้นทางแค่ ทุ่งหญ้าลั่วหรง จนถึง Gongacuo Lake โดย แอดมินเดินในเส้นทางสีแดงประ ไปจนถึง Gongacuo Lake ซึ่งมีความชันที่น้อยกว่า และเดินวนกลับในเส้นสีเหลืองเนื่องจากเส้นเหลืองมีความชันในการเดินไปมากกว่า แอดมินเลยใช้เส้นทางในการเดินที่ประหยัดแรงมากกว่า

และหากใครไปในช่วงที่เส้นทางทะเลสาบน้ำนมและทะเลสาบห้าปีเปิดแล้ว ก็สามารถเดินต่อจาก Gonggacuo Lake ต่อไปได้เลย แนะนำให้ติด ออกซิเจนพกพาไปด้วยเนื่องจากความสูงที่เพิ่มขึ้นและการเดินทางชันมากขึ้น

ใช้เวลาเดินในเส้นทางนี้ประมาณ 3 ชั่วโมง กลับมานั่งทานอาหารอุ่นร้อนที่ทำการของอุทยาน จากนั้นเรานั่งรถมินิบัสกลับมาที่จุดเริ่มต้นอุทยาน ซึ่งเป็นจุดเริ่มเดินทางในระยะสั้น   

 

เริ่มเดินเส้นทางระยะสั้น เราสามารถเดินไปทะเลสาบไข่มุก (Pearl Lake) ผ่านวัดชงกู่ (Chonggu Temple)  ได้ตามเส้นทางสีแดง และกลับทางเส้นทางสีเหลืองได้เลย  

 

วัดชงกู่เป็นวันธิเบตเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อกว่า 700 ปี จึงเป็นเหมือนอีกสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติ ย่าติง ที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้เมื่อเข้ามาสู่บริเวณอุทยาน เดินผ่านแวะสักการะ เพื่อเดินทางต่อไปยังทะเลสาบไข่มุก (Pearl Lake)  ที่มีน้ำสีเขียวมรกต ล้อมรอบไปด้วยต้นสน กับฉากหลังเขาศักดิ์สิทธิ์ (Xiannairi Snow Mountain) ที่สวยงามจนเราอยากนั่งชมความงามอยู่ตรงนั้นนาน ๆ ค่อย ๆ สูดอากาศที่สดชื่นและซึมซับบรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด ความเหนื่อยล้าของขา ลมหายใจที่ไม่ทั่วท้องเนื่องจากอากาศที่เบาบาง เลือนหายไปกับความงามที่อยู่ตรงนั้น ทำให้เราคิดได้ว่า ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ตั้งอยู่ตรงนี้ เราไม่สามารถพาธรรมชาติไปหาเราได้ เราต้องพาตัวเองมาเพื่อพบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ จนทำให้เรารู้สึกว่าเราก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เท่านั้นที่อยู่บนโลกที่ยิ่งใหญ่ใบนี้

แอดมินขอปิดด้วยภาพที่แอดมินนั่งชมความงามของทะเลสาบไข่มุกเป็นภาพสุดท้ายของทริป  

อยากฝากสุดท้ายว่า ถ้าเส้นทางเดินระยะยาวเปิดให้เดินได้ทั้งหมด แอดมินอยากกลับไปอีกครั้งและคิดว่าจะให้เวลาอย่างน้อย 2 วัน โดย 1 วันสำหรับเส้นทางระยะยาว และอีก 1วันสำหรับเส้นทางระยะสั้น เพื่อให้เราไม่ต้องรีบร้อนเกินไปที่จะชื่นชนความงดงามของอุทยานย่าติงแห่งนี้

     ย้ำอีกครั้งสำหรับทุกการเดินทาง ทุกที่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดิน Trekking หรือการเดินเส้นทางธรรมชาติที่อาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการท่องเที่ยวโดยปรกติ แอดมินขอแนะนำให้ทุกท่านทำประกันการเดินทาง เพราะจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากทั้งอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วย โดยแอดมินแนะนำให้เลือกซื้อผ่าน application UCHOOSE ของบัตรเครดิตเครือกรุงศรีฯ มีให้เลือกซื้อถึง 3 บริษัทคือ บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย บมจ. ชับบ์สามัคคีประกันภัย และ บมจ. ซมโปะประกันภัย 

สามารถซื้อได้ตาม link ได้เลยนะครับ เรามีทั้ง ส่วนลด cashback และได้ starbuck coupon ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทให้คุณได้เลือกซื้อได้ตามสะดวก 

บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย 

https://psmart.msig-thai.com/krungsriconsumer/travel?utm_source=uchoose&utm_medium=utrend&utm_campaign=msig_ta 

บมจ. ชับบ์ สามัคคี ประกันภัย  

https://th-travel.chubbdigital.com/?utm_source=UCHOOSE&utm_medium=Utrend&utm_campaign=CB005&utm_term=TA072021&utm_content=Launch 

บมจ. ซมโปะ ประกันภัย 

https://uchoose.onelink.me/Cu0I/ccjeg2wl 

 

เขียนบทความโดย หลานชายนายตะลอน 

ผลิตภัณฑ์
      ติดต่อ
      • บริษัท กรุงศรี เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด
      • กรุงเทพฯ 10330
      • Tel. +66 (0) 2627 8028-9
      • Fax. +66 (0) 2627 4117
      Call Center02-777-1900
      เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 น.